เลือกถุงมือผ้าฝ้ายอย่างไรให้เหมาะกับชนิดของงาน

เวลาที่เราจะเลือกซื้อถุงมือผ้าฝ้ายมาใช้งานเราควรเลือกดูตามการใช้งานด้วยว่าเขาออกแบบให้ใช้งานประเภทไหน  ถุงมือในปัจจุบันมีให้เลือกหลายชนิด แต่ละชนิดก็ถูกออกแบบมาให้ใช้งานแตกต่างกันออกไป ถุงมือที่สามารถทนต่อ แรงฉีกขาด ทนทานได้ดีจะเป็นชนิดถุงมือผ้าฝ้าย ปัจจุบันถุงมือผ้าฝ้ายมีให้เลือกหลายสีหลายแบบ แต่ไม่ว่าเราจะซื้อถุงมือชนิดไหนมาใช้งานเราต้องดูตามความเหมาะสมด้วยว่าเหมาะกับอุตสาหกรรมการผลิตของเราหรือไม่ เพราะถ้าเราเลือกถุงมือที่ไม่เหมาะกับงานก็อาจเกิดปัญหาตามมาได้อย่างที่ทราบกันดีว่าถุงมือผ้าฝ้ายมีความยืดหยุ่นน้อยกว่าถุงมือแบบอื่น ถ้าเวลาที่คนใส่ไม่กระชับกับมือที่สวมใส่โอกาสที่คนใส่จะได้รับอันตรายก็มีมากเหมือนกัน เรื่องความหนาของถุงมือผ้าฝ้ายก็เหมือนกันถ้ายิ่งหนาราคาก็จะแพงในขณะที่ความยืดหยุ่นก็จะน้อยไปด้วย อย่างที่บอกไว้แต่แรกว่าถุงมือผ้าฝ้ายอาจจะดีแต่ไม่ได้หมายความว่ามันจะเหมาะกับงานที่เราทำ อยากให้พิจารณาถึงประโยชน์และความคุ้มค่ามากที่สุดเวลาที่ซื้อมาใช้งาน

p_1325589

-งานขัด ถุงมือที่ใช้ควรจะมีความหนาเป็นพิเศษ เพราะว่าโอกาสที่ถุงมือจะทะลุก็มีถ้าเราเลือกใช้ถุงมือที่ไม่ได้มาตรฐานการผลิต เนื้อผ้าที่ใช้ควรเป็น ผ้าฝ้าย ผ้าสังเคราะห์ ไนล่อน

– งานสำหรับของมีคม งานพวกนี้อันตรายมากเสี่ยงต่ออาการบาดเจ็บได้ ถุงมือที่เลือกใช้ควรจะเป็นชนิดพิเศษ เนื้อผ้าควรเสริมโลหะด้วยเพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บที่จะเกิดขึ้น

– งานพวกสารเคมี งานประเภทนี้ก็ถือว่าอันตรายพอสมควร ถุงมือที่เลือกใช้ควรจะทำมาจากพวกยางสังเคราะห์

– งานไฟฟ้า ถุงมือประเภทนี้ต้องผ่านการ Test ก่อนใช้ว่ามีความเป็นฉนวนหรือไม่ เพราะอันตรายถึงชีวิตเลยทีเดียว

– งานเกี่ยวกับความเย็น ถุงมือที่เลือกใช้ควรทำมาจากขนสัตว์ หรือผ้าฝ้ายเพราะช่วยป้องกันความเย็นได้ดีทีเดียว

– งานที่ต้องเกี่ยวกับความร้อน ถุงมือชนิดนี้ต้องมีฉนวนป้องกันความร้อนด้วย

ทำไม่ต้องตอกเสาเข็มในการสร้างอาคาร?

การก่อสร้างอาคารและสถานที่ในปัจจุบันนี้ เสาเข็มถือว่าเข้ามามีบทบาทสำคัญกับงานก่อสร้างทุกรูปแบบ ด้วยความแข็งแรงและได้มาตรฐานของอาคารสถานที่ที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ผู้รับเหมาบางรายและเจ้าของบ้านเลือกที่จะลงเสาเข็มเพื่อเสริมความแข็งแรงของอาคารและบ้านเรือนตน ซึ่งเสาเข็มมีหลายประเภท แต่ประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมคงต้องยกให้ เสาเข็มเจาะ      

เสาเข็มเจาะ เป็นเสาเข็มที่นิยมใช้งานในบริเวณที่มีพื้นที่จำกัดหรืออยู่ในบริเวณที่มีบ้านเรือนติดกันเป็นจำนวนมาก โดยรูปแบบของการขุดเจาะนั้นจะเจาะลงไปในดินและเอาดินออกจนถึงระดับที่ต้องการ  ตามด้วยการใส่โครงเหล็ก จากนั้นเทคอนกรีตลงไปในหลุมที่ขุดเจาะเพื่อขึ้นรูปเป็นเสาเข็ม ซึ่งวิธีการนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่ออาคารบ้านเรือนที่อยู่ใกล้กับบริเวณที่มีการก่อสร้าง แตกต่างจากเสาเข็มแบบตอก

เสาเข็มเจาะ คือ การเจาะลงไปใต้พื้นดิน และเทคอนกรีตลงไปในหลุมที่เจาะขึ้นรูปเป็นเสาเข็มรูปเสา เมื่อปูนก่อตัวแห้ง มีหน้าที่แบกรับนํ้าหนักเป็นฐานรากของอาคารตึกรามบ้านเรือนต่างๆ ซึ่งขนาดและจำนวนแล้วแต่เงื่อนไขสภาพแวดล้อมและความต้องการของเจ้าของงาน

ปกติเสาเข็มที่คนเรามักรู้จักเห็นกันทั่วไปตามท้องถนน หรือโครงการใหญ่ๆ หลายหมื่นล้าน พันล้าน โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า ทางด่วน จะเป็นแบบตอกหรือที่เรียกกว่าเสาเข็มตอก ใช้เครื่องจักรตอกลงไปในดิน ซึ่งข้อดีของเสาเข็มตอกก็คือ เสาเข็มตอกจะผลิตสำเร็จรูปมาจากโรงงาน เราสามารถตรวจสอบสภาพได้ แต่ข้อเสียก็คือ อย่างที่เราทราบกัน เวลาตอกลงไปในพื้นดินแต่ละที่ดังสะเทือนไปทั่วเมือง มีความสั่นกระเทือนมาก ไม่เหมาะที่จะนำมาใช้บริเวณหรือสภาพแวดล้อมที่เป็นชุมชน

ดังนั้น เสาเข็มโดยทั่วไป จึงสามารถแยกออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน นั่นก็คือ เสาเข็มตอก และ เสาเข็มเจาะ นั่นเอง  นอกจากนี้เสาเข็มเจาะยังแบ่งออกเป็นเสาเข็มเจาะแบบแห้ง และเสาเข็มเจาะแบบเปียก อีกด้วย

เสาเข็มเจาะแบบแห้ง เป็นระบบเสาเข็มเจาะขนาดเล็ก ส่วนใหญ่จะลึกไม่เกิน 20 เมตร (ขึ้นอยู่กับระดับชั้นของดิน) ที่สามารถรับน้ำหนักได้120 ตัน วิธีการเจาะก็คือ ทำการเจาะดินลงไป (แบบแห้ง ๆ นั่นเอง) แล้วก็หย่อนโครงเหล็ก เทคอนกรีต ลงไปในหลุม ที่เราเจาะเตรียมไว้ พอเมื่อคอนกรีตแห้งก็จะได้เสาเข็ม ราคาอาจจะแพงกว่าประเภทเสาเข็มตอก แต่ทว่าจะมีข้อดีมากมาย จึงเป็นที่นิยมของวิศกร และช่างวิศกรผู้ควบคุมโครงการต่างๆ  เช่น ลดปัญหาการเกิดมลภาวะ ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับแบบเสาเข็มตอก ไม่ว่าเป็นการเคลื่อนตัวของดิน การสั่นสะเทือนของดิน ฝุ่นละออง จึงเป็นที่นิยมใช้ ในที่ที่ชุมชน หมู่บ้านต่างๆ เป็นต้น